


คนไข้รายหนึ่ง อยู่ในห้อง ICU
ญาติๆจึงเชิญบาทหลวงมาให้กำลังใจคนไข้
เมื่อบาทหลวงมาถึง ญาติก็เตรียมเก้าอี้ให้บาทหลวงนั่ง
บาทหลวงก็ได้พูดให้กำลังใจแก่คนไข้สักครู่หนึ่ง คนไข้ก็มีอาการอยากจะพูด แต่พูดไม่ออก
บาทหลวงจึงขอกระดาษและปากกาจากพยาบาล
แล้วให้คนไข้เขียนข้อความ เมื่อเขียนเสร็จคนไข้ก็เสียชีวิตบาทหลวงจึงส่งกระดาษให้ญาติ ซึ่งเป็นข้อความสุดท้ายก่อนจาก
ญาติๆจึงนำกระดาษมาเปิดอ่าน พบข้อความว่า
“อย่านั่งทับสายออกซิเจน”
บาทหลวงกับคนขับแท็กซี่ตายในเวลาเดียวกัน
แทนที่บาทหลวงจะได้ขึ้นสวรรค์ ปรากฏว่าคนขับแท็กซี่ได้ขึ้นไปแทน
บาทหลวงผิดหวังมาก จึงโวยวายกับยมบาล
“ยังงี้มันไม่ยุติธรรมชัดๆ ข้ามีหน้าที่เทศนาสั่งสอนให้คนทำความดีจนปากเปียกปากแฉะแต่กลับตกนรก
ส่วนเจ้าคนขับแท็กซี่นั่น พูดคำสบถคำ ขับรถหวาดเสียว ผู้โดยสารแทบจะเป็นลมตาย มันกลับได้ขึ้นสวรรค์”
“เจ้าพูดถูก” ยมบาลยอมรับ “แต่ทุกครั้งที่เจ้าเทศน์คนฟังจะหลับหมด
ส่วนเจ้าคนขับแท็กซี่นั่นทำงานเมื่อไร คนจะตาโตระลึกถึงพระผู้เป็นเจ้าทุกที”
บาทหลวงคนหนึ่งขณะขับรถอยู่ได้เห็นแม่ชีวัยรุ่นหน้าตาน่ารัก กำลังเดินอยู่บนถนน
เขาจึงหยุดรถและอาสาจะไปส่ง แม่ชีตอบตกลงและบอกที่หมาย
ขณะนั่งรถแม่ชีได้นั่งไขว่ห้าง ทำให้ชุดคลุมแหวกออก ขาอันเรียวงามก็โผล่บาทหลวงเห็นดังนั้น จึงจ้องมองตาแทบไม่กระพริบ จนทำให้รถเกือบชนกับคันหน้า
หลังจากที่คุมรถได้แล้ว เขาจึงค่อยๆเลื่อนมือไปสัมผัสที่ต้นขาของแม่ชี
แม่ชีหันมากล่าวว่า “ท่านพ่อคะ ท่านจำบทสวด 129 ได้ไหมคะ”
บาทหลวงจึงขอโทษเป็นการใหญ่และหดมือกลับอีกครั้งขณะที่เปลี่ยนเกียร์ บาทหลวงได้เอื้อมมือไปจับต้นขาของแม่ชีอีก
แม่ชีหันมากล่าวอีกว่า “ท่านพ่อคะ ท่านจำกฎของบทสวด 129 ได้ไหมคะ”บาทหลวงกล่าวว่า “พ่อต้องขอโทษด้วย แต่เนื้อหนังเจ้าช่างอ่อนเหลือเกิน”
พร้อมหันมามองแบบมีความหมายเมื่อบาทหลวงมาถึงโบสถ์ เขารีบเปิดคัมภีร์ไบเบิ้ลในทันที
บทสวดที่ 129 ได้กล่าวไว้ว่า“จงขยับขึ้นไปและค้นหา เบื้องบนนั้น เจ้าจะพบ ชัยชนะอันรุ่งโรจน์และงดงาม”