


ต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)
คำว่า “tonsil” หลายคนมักสับสนว่า ต้องเขียนเป็น ทอนซิล หรือ ทอลซิน หรือ ทอลซิล กันแน่
ที่ถูกต้อง ต้องเขียนเป็น ทอนซิล (ton = ทอน sil = ซิล)พจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542
ทอนซิล น. ปุ่มเนื้อเยื่อนํ้าเหลือง อยู่ในบริเวณลําคอข้างละปุ่ม มีหน้าที่ช่วยป้องกันการแผ่กระจายของแบคทีเรียที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางลําคออาการเจ็บคอเป็นอาการที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ต่อมทอนซิลอักเสบนั้นเป็นสาเหตุของการเจ็บคอที่พบบ่อย
ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์ด้วยอาการไข้และเจ็บคอต่อมทอนซิล(Tonsils) เป็นต่อมน้ำเหลือง (Lymphoid tissue) กลุ่มหนึ่งในร่างกาย ประกอบด้วย
- ต่อมทอนซิลที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยการตรวจแบบธรรมดา
- ต่อมทอนซิลหลังโพรงจมูก(Adenoid หรือ Pharyngeal tonsil) อยู่บริเวณหลังคอ ใกล้กับโพรงจมูก
-ต่อมทอนซิลที่โคนลิ้น (Lingual tonsil) อยู่บริเวณโคนลิ้น
-ต่อมทอนซิลข้างท่อระบายอากาศ(Lateral pharyngeal band) อยู่บริเวณข้างๆท่อระบายอากาศของหูชั้นกลาง- ต่อมทอนซิลที่สามารถมองเห็นได้
-ต่อมทอนซิลที่อยู่ในช่องปาก(Palatine tonsil) อยู่ในช่องปาก ข้างคอ ใกล้กับโคนลิ้นต่อมทอนซิลทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการดักจับและกำจัดเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกาย และยังทำหน้าที่ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่
ทางเดินหายใจและทางเดินอาหารอาการของต่อมทอนซิลอักเสบ
สาเหตุของต่อมทอนซิลอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ ได้แก่ ไวรัสและแบคทีเรีย โดยการติดเชื้อจากแบคทีเรียจะมีอาการรุนแรงกว่า
ซึ่งเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุที่พบบ่อยคือเชื้อ Hemophilus influenzae, Streptococcus pneumoniae
ที่สำคัญคือ เชื้อ Streptococcus group A (สเตรปโตคอคคัส กลุ่ม เอ) ซึ่งเชื้อชนิดนี้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้ เช่น โรคหัวใจรูมาติค
และทำให้เกิดเป็นโรคไตอักเสบได้
เมื่อเกิดการติดเชื้อภายในต่อมทอนซิล ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย เจ็บคอมากโดยเฉพาะเวลากลืน อาการปวดในบางรายจะร้าวขึ้นไปถึงหู เมื่อตรวจในช่องปากจะพบต่อมทอนซิลมีขนาดใหญ่ขึ้น อักเสบบวมแดง ถ้าอักเสบรุนแรงจะเห็นฝ้า
ขาวๆปกคลุมต่อมทอนซิลได้ บางครั้งจะคลำพบต่อมน้ำเหลืองที่คอบวมโตร่วมด้วยการรักษาต่อมทอนซิลอักเสบ
โดยทั่วไปเมื่อผู้ป่วยเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ จะมีไข้สูงจึงได้รับยาลดไข้จำพวกพาราเซตามอลและยาปฏิชีวนะที่ฆ่าเชื้อต้นเหตุ
เป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลินหรืออีรีโทมัยซิน ควรรับประทานอย่างน้อย 7-10 วัน หรือตามแพทย์สั่ง และต้องพักผ่อนให้เต็มที่
บางท่านที่ต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง ซึ่งอาจจะได้รับคำแนะนำให้ผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออกนั้น อย่ารีบร้อนตัดสินใจผ่าตัดเพราะจากประสบการณ์ที่เมื่อก่อนเคยเป็นต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง แล้วรักษาด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะ ต้องใช้เวลานานหลายวัน
คุณพ่อจึงให้รับประทานเป็นตำรับยาสมุนไพรแทน ซึ่งได้ผลดีมาก ทำให้เกิดความสนใจศึกษาต่อทางด้านแพทย์แผนไทยและจีน
จึงรู้ว่าการใช้ยาปฏิชีวนะเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ เพราะต้นเหตุจริงๆเกิดจากร้อนใน โดยเมื่อร้อนในแล้ว ภูมิต้านทานก็จะลดลง
ต่อมทอนซิลก็ไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อได้จึงเกิดการอักเสบ(ถ้ามองแต่ด้านเชื้อโรค ทั้งที่เชื้อก็มีอยู่ทั่วไปในบริเวณเดียวกัน
แต่ทำไมทุกคนในบริเวณนั้นไม่เป็นกันทั้งหมด ก็เพราะสมดุลร่างกายแต่ละคนไม่เท่ากัน)ดังนั้นการรักษาที่ต้นเหตุ จะต้องรักษาอาการร้อนใน จึงได้มาผลิตยาแก้ไข้ ตรา เอ และได้รับประทานเองด้วย ทำให้ไม่เคยเป็น
ต่อมทอนซิลอักเสบอีกเลย รวมทั้งผลตอบรับจากผู้ที่ใช้ยาแก้ไข้ ตรา เอ ในการรักษาต่อมทอนซิลอักเสบ และอาการร้อนในอื่นๆ ก็ได้ผลดีมากสรุปได้ว่า ยาแก้ไข้ ตรา เอ สามารถรักษาอาการต่อมทอนซิลอักเสบ ซึ่งทำให้เจ็บคอ และอาการร้อนในอื่นๆได้ดีมาก
โดยเฉพาะถ้าเริ่มมีอาการให้รีบรับประทานยา จะทำให้อาการหายได้เร็ว