
ยาแก้ไข้ ตรา เอ
เลขทะเบียนยาที่ G 611/48
สรรพคุณ แก้ไข้ แก้ร้อนใน เช่น แผลร้อนในในปาก ที่ลิ้น ที่เหงือก ลิ้นแตก เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ
เหงือกบวม ตกหมอน ครั่นเนื้อตัว กระทั่งเป็นไข้ แก้ไข้หวัดแบบร้อนในรวมถึง ไข้หวัดใหญ่
(เพราะถ้าร่างกายไม่ร้อนใน ก็ทำให้มีภูมิต้านทาน สามารถกำจัดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้)ถ้าไม่เป็นไข้ แต่มีอาการร้อนในดังกล่าว ก็รับประทานได้
แผลร้อนในในปาก Aphthous ulcer แซชือ
แผลร้อนในในปากนั้นต่างกับแผลเริมที่ปาก โดยแผลเริมเกิดจากเชื้อไวรัส Herpes simplex virus 1 (HSV-1)
(รักษาแผลเริมได้ด้วยการใช้ใบพญายอเพสลาด หมายถึง ใบที่ไม่อ่อนหรือไม่แก่ มาคั้นน้ำแล้วทาแผลเริมวันละ 4-5 ครั้ง)ส่วนแผลร้อนในนั้นเกิดจากภาวะการพร่อง(ซึ่งจะกล่าวต่อไป) โดยแผลร้อนในเป็นแผลที่พบมากบริเวณริมฝีปากด้านใน หรือกระพุ้งแก้ม หรือเหงือก บางรายเกิดแผลร้อนในที่ลิ้น แผลร้อนในจะเริ่มจากตุ่มเล็กๆ แล้วกลายเป็นวงและมีขนาด
ใหญ่ขึ้น ตรงกลางจะมีเยื่อสีขาวบางๆ ขอบจะบวมแดง และมีอาการปวด มีตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงเส้นผ่าศูนย์กลางหนึ่งนิ้ว บางรายเกิดขึ้นตำแหน่งเดียว บางรายเกิดหลายตำแหน่งพร้อมๆกัน บางรายแผลเก่ายังไม่ทันหายแผลใหม่ก็มาเกิด จะเจ็บมาก
เมื่ออาหารหรือลิ้นไปโดนถูกคนจีนแต้จิ๋ว เรียกว่า "แซชือ" แต่ถ้ามีการปูดเป็นก้อนที่ด้านข้างของเหงือก เรียก "ผู่คีเปา" หรือบางครั้งตุ่มเล็กจะ
ไม่กลายเป็นแผลร้อนในแบบเปิด แต่จะปูดเป็นตุ่มใหญ่ขึ้นมาบริเวณใต้ริมฝีปากด้านใน หรือใต้ลิ้น ทำให้ตกใจ
ผู้ที่ไม่รู้ว่าเกิดจากร้อนใน ก็จะไปพบแพทย์เพื่อผ่าตัดออกสาเหตุของแผลร้อนในในปาก แท้จริงแล้ว แผลร้อนในในปาก ไม่ได้เกิดจากเชื้อใดๆ แต่แผลร้อนในในปากหรืออาการร้อนใน
เกิดจากคนที่มีภาวะอิน(ยิน,หยิน)พร่อง จากกรรมพันธุ์หรือเป็นพื้นฐานของร่างกาย ซึ่งแต่ละคนไม่เหมือนกัน แล้วมีพฤติกรรม
ที่ทำให้หยางแกร่ง เช่น รับประทานอาหารเผ็ด ของทอด-อบ-กรอบ ผลไม้บางชนิด
จึงเกิดความไม่สมดุลระหว่างอิน-หยาง ทำให้แสดงออกมาเป็นอาการร้อนใน เมื่อร่วมกับการนอนดึก หรืออดนอน
ก็จะเกิดแผลร้อนใน บางรายอาจมีอาการร้อนในอื่นๆ เช่น เจ็บคอ ลิ้นแตกหรือเป็นแผลร้อนในที่ลิ้น เหงือกบวม มีเสมหะ ไอ
เป็นไข้ ร่วมด้วย หรือหายจากเป็นไข้ แล้วมีแผลร้อนในขึ้นมา หรือบางท่านอาจไม่เป็นไข้ แต่จะมีแผลร้อนในในปากบ่อยบางท่านอาจคิดว่า แผลร้อนในในปาก เกิดจากการกัดถูกกระพุ้งแก้มหรือลิ้นของตัวเอง แต่ความจริงแล้วเกิดจากร้อนใน
เพราะเมื่อร้อนใน กระพุ้งแก้มก็หนาตัวขึ้นหรือลิ้นจะมีการพองตัวมากขึ้น จึงไปกัดถูก แล้วกลายเป็นแผลร้อนในขึ้นมา
บางท่านจัดฟันหรือแปรงฟัน แล้วแปรงไปกระแทกถูก ถ้าหากว่าไม่มีอาการร้อนใน เพียงแค่ 1-2 วันแผลก็จะหายเป็นปกติ
แต่ถ้าร่างกายร้อนใน แผลนั้นก็จะกลายเป็นแผลร้อนในในปาก และแผลร้อนในนั้นยังอาจขยายใหญ่ขึ้นอีกร้อนในมีหลากหลายอาการแล้วแต่ว่าจะเกิดกับอวัยวะส่วนไหน เช่น เส้นที่คอตึง ตกหมอน มีขี้ตา ตาแฉะ ระคายเคืองตา
บางครั้งน้ำตาไหลเอง หรือมีเม็ดที่ตาคล้ายตากุ้งยิง มีเสมหะ ไอ เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ(Tonsillitis) แผลร้อนในในปาก
เหงือกบวม ลิ้นแตก ในปากมีตุ่มปูด ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ท้องผูก อุจจาระแข็ง-ดำ (ระบบทางเดินอาหารไม่มีเลือดออก)
แต่บางครั้งก็ถ่ายเหลวและมีลม บางทีก็ร้อนในในหลายส่วนพร้อมกัน ทำให้มีหลายอาการพร้อมกันรวมถึงเป็นต้นเหตุของอาการไข้หวัด เพราะเมื่อร้อนใน ภูมิต้านทานก็ลดลง
อาการเหล่านี้แต่ละคนจะไว(Sensitive)ไม่เท่ากัน เนื่องจากดุลยธาตุ(อิน-หยาง)ของแต่ละคนไม่เท่ากันการรักษาอาการร้อนใน แผลร้อนในในปาก
- ห้ามรับประทานยาบำรุง เช่น เขากวางอ่อน โสมคน(หยิ่งเซียม) ยาที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น พริกไทย ดีปลี อบเชย(ชินนามอน)
- งดอาหารที่ทอดน้ำมัน อาหารรสเผ็ด อาหารหวานจัด หรือขนมบางอย่างเช่น คุ้กกี้ ขนมกรอบๆ หรือเบียร์บางยี่ห้อ
ผลไม้บางชนิด เช่น ลำไย ทุเรียน เงาะ ขนุน ลิ้นจี่ ละมุด มะม่วงสุก รวมถึงข้าวเหนียว
(แต่ละคนไวต่ออาหารและชนิดของอาหารไม่เหมือนกัน)- สำหรับเด็กที่ดื่มนมชง ให้สังเกตนมชงด้วย เพราะนมแต่ละยี่ห้อ มีสูตรที่ไม่เหมือนกัน บางสูตรทำให้ร้อนใน
- นอนหลับให้เต็มที่ ดื่มน้ำให้มากขึ้นในกรณีที่ดื่มน้ำน้อย
- รักษาอาการร้อนในหรือแผลร้อนในในปาก โดยการรับประทานยาแก้ไข้ ตรา เอ ซึ่งแก้อาการร้อนในได้ดีมาก
ถ้ารู้สึกว่าแผลร้อนในกำลังจะเกิดขึ้น หรือเริ่มมีอาการร้อนใน ให้รีบรับประทานยา จะทำให้แผลร้อนในไม่เกิดขึ้นมา หรืออาการร้อนในหายได้เร็ว- การรับประทานยาแก้ไข้ ตรา เอ รับประทานเมื่อมีอาการร้อนใน เมื่อหายร้อนในก็หยุดรับประทาน สลับกันไปเรื่อยๆ
ในระยะยาว จะทำให้อาการร้อนในเป็นน้อยลงหรือเป็นขึ้นมายากขึ้น เพราะในยาแก้ไข้ ตรา เอ มีตัวยาที่เสริมอิน ทำให้
ร่างกายผู้ที่พร่องอินได้สมดุลไข้หวัดแบบร้อนหรืออาการหวัดแบบร้อนใน หมายถึง
อาการหวัดที่เริ่มต้นด้วยการร้อนใน เช่น เจ็บคอ ครั่นเนื้อครั่นตัว เป็นไข้ ริมฝีปากแดง ลิ้นแดง เป็นหวัด น้ำมูกไหล
มีเสมหะข้นขาวหรือเขียวปนเหลือง ปวดหัว ปัสสาวะมีสีเข้มกว่าปกติ ปวดหัว ถ้าหนักอาจปวดเมื่อยเนื้อตัวตกหมอน
เมื่อเกิดอาการตกหมอน ให้รับประทานยาแก้ไข้ ตรา เอ และ ยากษัยเส้น ตรา เอ โดยรับประทานชนิดใดก่อนก็ได้
อีกสักประมาณ 1 ชม. ก็รับประทานอีกชนิดตามคำแนะนำสำหรับการใช้ยาแก้ไข้ ตรา เอ
-งดอาหารที่ทำให้ร้อนในดังที่กล่าวมา
-ควรพักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานยาแต่เนิ่นๆ จะรักษาอาการร้อนใน หรือ แผลร้อนใน ให้หายได้เร็ว
-ผู้ใหญ่อายุ 12 ปีขึ้นไป รับประทานครั้งละ 2-4 เม็ด ถ้าเป็นไข้หนัก สามารถรับประทานครั้งละ 4 เม็ด ทุกๆ 3 ชั่วโมง
ถ้ามีแผลร้อนในมาก หรือมีอาการร้อนในหนัก รับประทานครั้งละ 4 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ และใช้เวลา
รักษานานกว่าปกติ(สามารถรับประทานติดต่อกันได้ ไม่อันตราย)
-เด็กอายุ 4-11 ขวบ รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด ถ้ากลืนยาไม่ได้ให้นำเม็ดยามาบดผสมน้ำผึ้งน้ำมะนาวแล้วกลืนและดื่มน้ำตาม
วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้
-ยาแก้ไข้ ตรา เอ ไม่ทำให้ง่วงนอน และไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร(ไม่กัดกระเพาะอาหาร)

ยาเม็ดทุกตำรับ บรรจุในแผงอลูมิเนียมฟอยล์ (Strip pack)
ข้อดี คือ
ยาเม็ดทุกตำรับ เป็นยาตอกเม็ด (Tablet)
ข้อดี คือ



ราคากล่องละ 42 บาท
